วันอังคารที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2553

อุปกรณ์เครือข่ายในมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต

          การ์ดแลน LAN (Network Interface Card:NIC)
    
          เนื่องจากการ์ดแลน เป็นอุปกรณ์ที่ รับ-ส่ง สัญญาณ / ข้อมูล จึงเป็นไปได้ว่าการทำงานของระบบเครือข่ายของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตนั้นต้องมีการติดต่อสื่อสารกัน การ์ดแลน จึงจำเป็นต่อการรับส่งข้อมูลระหว่างกัน เป็นระบบเครือข่ายของมหาวิทยาลัย อย่างเช่น
1. การรับส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์
2. การโอนย้ายแฟ้มข้อมูลระหว่างกัน
3. การใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในที่ห่างไกล
4. การเรียกค้นข้อมูลข่าวสาร
5. การอ่านจากกลุ่มข่าว
6. การสนทนาบนเครือข่าย
7. การบริการสถานีวิทยุและโทรทัศน์บนเครือข่าย  เป็นต้น

วันศุกร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ส่งงาน 2553-12-8


          Network Connection Details
    
          Physical Address คือ address ของ hardware ชิ้นนั้นๆ ซึ่งแต่ละอุปกรณ์จะมีหมายเลขที่ไม่ซ้ำกันเพื่อใช้อ้างอิงตัวตนของอุปกรณ์นั้นๆซึ่ง address พวกนี้จะเป็นตัวเลขฐาน ประกอบด้วย 2ส่วน คือ หมายเลขของผู้ผลิต และหมายเลขของอุปกรณ์ ซึ่งมีหลายตำแหน่ง และจดจำยาก
          IP Address คือ หมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งประกอบด้วยตัวเลข 4 ชุด มีเครื่องหมายจุดขั้นระหว่างชุด  เช่น 192.168.100.1 หรือ 172.16.10.1  เป็นต้น

          Subnet Mask คือ เป็นพารามิเตอร์ (Parameter) อีกตัวหนึ่งที่ต้องระบุควบคู่กับหมายเลข IP Address เพื่อทำหน้าที่ช่วยแยกแยะว่าส่วนใดภายในหมายเลข IP Address เป็น Network Address และส่วนใดเป็นหมายเลข Host Address ดังนั้น เมื่อเราระบุ IP Address ให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์์ เราจำเป็นต้องระบุ Subnet mask ลงไปด้วยทุกครั้ง  โดย Subnet Mask จะประกอบด้วยตัวเลข 4 ตัว ที่คั่นด้วยจุด เช่น 255.255.255.0
         
          Default Gateway คือ อธิบายกันแบบง่ายๆชาวบ้านๆ มันก็คือ IP address ตัวนึงที่ถูกจองไว้สำหรับใช้เป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสารกับเครื่องอื่นๆในเครือข่าย  ปกติแล้วในเครือข่ายเดียวกันหรือวงแลนเดียวกันจะต้องมีเลข default gateway เบอร์เดียวกันไม่งั้นจะเชื่อมต่อข้อมูลกันไม่ได้ และแน่นอนว่าเราไม่สามารถเอาเลข IP ของ default gateway มาใช้เป็น IP เครื่องเราได้
ยกตัวอย่าง default gateway ที่เราเห็นๆกันอยู่ก็คือ ip addrress ของ เราเตอร์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ทตามบ้าน

          Lease Obtained  คือ เวลาที่เราไปเอา IP มาจาก DHCP

          Lease expires คือ เวลาที่ IP ที่เราได้มาจะหมดอายุ ต้องไปขอจาก DHCP มาใหม่

          Domain Name Server (DNS) คือ สิ่งที่นำมาอ้างถึงหมายเลขเครื่อง หรือ หมายเลข IP Address เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ DNS จะทำหน้าที่คล้ายกับสมุดโทรศัพท์ คือ เมื่อมีคนต้องการจะโทรศัพท์หาใคร คน ๆ นั้นก็จะต้องเปิดสมุดโทรศัพท์เพื่อค้นหาเบอร์โทรศัพท์ของคนที่ต้องการจะติดต่อคอมพิวเตอร์ก็เช่นกัน เมื่อต้องการจะสื่อสารกับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น เครื่องนั้นก็จะทำการสอบถามหมายเลข IP ของเครื่องที่ต้องการจะสื่อสาร กับ DNS server ซึ่งจะทำการค้นหาหมายเลขดังกล่าว ในฐานข้อมูลแล้วแจ้งให้ Host ดังกล่าวทราบ
    
          WINS Server (Windows Internet Name System) คือ เครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่ทำหน้าที่ให้บริการในการแปลงชื่อในระบบของ NetBIOS ให้กลายเป็น TCP/IP ตัวอย่างเช่นหากเครื่อง ALICE ต้องการBrowse ไปหาเครื่อง CELINE ที่อยู่ในอีกเครือข่ายหนึ่งซึ่งในกรณีนี้จะไม่สามารถใช้วิธีตะโกนถามหรือ broadcast ได้ ดังนั้นจึงต้องหันไปถามจากเครื่อง WINS Server แทน เมื่อได้ IP Address ของเครื่อง CELINE แล้ว Router ก็จะทำการติดต่อสื่อสารข้ามเครือข่ายให้ เครื่อง ALICE จึงจะสามารถติดต่อกับเครื่อง CELINE ได้ อย่างไรก็ตามถ้าในเครือข่ายที่ 1 ไม่มีเครื่อง WINS Server อยู่คุณก็สามารถเข้าไปกำหนดในไฟล์ LMHOSTS ของเครื่อง ALICE ได้ ซึ่งจะได้ผลเช่นเดียวกัน

วันจันทร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ส่งงาน 2553-11-10

Physical Layer
รูปแสดงถึงการทำงานของ Physical 0 กับ 1

ในชั้นที่ 1 ของ OSI Model นี้ เป็นชั้น Physical Layer ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสื่อสาร (Transmission) ทำหน้าที่ จัดการเชื่อมต่อ และ การส่งสัญญาณทางไฟฟ้า จากผู้ส่ง ไปยังผู้รับ โดยผ่านสื่อกลาง เช่น สายทองแดง คลื่นวิทยุ สายคู่ตีเกลียว และใยแก้วนำแสงเป็นต้น โดยสัญญาณที่ผ่านอาจเป็นสัญญาณไฟฟ้า สัญญาณคลื่นวิทยุ หรือสัญญาณแสง ซึ่งในชั้นนี้จะสนใจ พิจารณาการส่งข้อมูลเป็น Bit 0 และ 1 จากต้นทาง ไปให้ถึงปลายทาง โวลต์ที่จะใช้แทน Bit 0 และความยาวของแต่ละบิต (microsecond) โดยสร้างสภาวะให้ทราบได้ว่า สภาวะที่กำหนดขึ้น คือจุดเริ่มต้น ของการส่งผ่านข้อมูล หรือสิ้นสุด การส่งผ่านข้อมูล และต้องมีการกำหนดมาตรฐานขึ้นมาว่าปลั้กที่ใช้เสียบ เพื่อเชื่อมโยงเน็ตเวิร์ค จะต้องมีกี่ขา ในบางกรณีที่ต้องการ ส่งผ่านข้อมูล ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น จะรวมหลายช่องทางการสื่อสาร เข้าด้วยกัน ซึ่งกรณีนี้ ระดับการเชื่อมโยงทางกายภาพ จะมองช่องทางหลายๆ ช่องทาง ที่รวมเข้าด้วยกัน เหมือนช่องทางเดียว ซึ่ง Protocol ในระดับสูงขึ้นไป จะช่วยทำหน้าที่นี้ ดังนั้น การออกแบบ จึงต้องพิจารณาครอบคลุม ไปถึงกลไกทางด้านกำลังไฟฟ้า และส่วนที่ต่อเชื่อมกัน เป็นเน็ตเวิร์คย่อยด้วย


Physical Layer เป็นส่วนล่างที่รองรับทุกอย่าง ทำหน้าที่ขนส่งสัญญาณ ของ Layer ที่สูงกว่าทั้งหมด โดยมาตรฐานที่ใช้กันมากที่สุดใน Physical Layer คือ RS-232C มาตรฐานของสัญญาณ และสายที่กำหนด ว่าสัญญาณไหนทำอะไร และระดับแรงดันไฟฟ้าเท่าใดแทน 0 หรือ 1 และ Physical Layer ยังทำหน้าที่ขนส่งสัญญาณของ Layer ที่สูงกว่าทั้งหมด ถ้าเอาสายออก คุณก็ไม่สามารถสื่อสารได้ แต่ถ้าไม่มี Layer ที่อยู่สูงขึ้นไป คุณก็ไม่มีสิ่งที่จะสื่อสาร ยิ่ง Layer สูง ๆ การสื่อสารก็จะยิ่งมีความหมาย กับผู้ใช้ปลายทางมากขึ้น

รูปแสดงถึงการ ทำงานของ Physical layer

รูปแสดงถึงตัวอย่าง การทำงานแบบ Physical layer

สรุปหน้าที่รับผิดชอบของลำดับชั้น Physical ได้ดังนี้

1.คุณสมบัติทางกายภาพของการอินเตอร์เฟซ และตัวกลาง
(Physical Characteristics of Interfaces and Media)

2.การแทนค่าบิตของข้อมูล (Representation of Bits)

3.อัตราข้อมูล (Data Rate) คือ จำนวนของบิตที่ส่งไปภายใน 1 วินาที

4.การซิงโครไนซ์ของบิต (Synchronization of Bit) ฝ่ายรับและฝ่ายส่ง จะต้องทำการ Synchronize กัน

5.การเชื่อมต่อ (Line Configuration) เกี่ยวข้องกับการเชื่อมต่ออุปกรณ์กับตัวกลางระหว่างสองอุปกรณ์ เช่น การเชื่อมต่อ แบบจุด ต่อ จุด

6.รูปแบบการเชื่อมต่อทางกายภาพ (Physical Topology) การเชื่อมต่อที่ใช้ Topology แบบต่าง ๆ

7.ทิศทางการส่งผ่านข้อมูล (Transmission Mode) เป็นรายละเอียดเกี่ยวกับทิศทางการส่งผ่านข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ว่าเป็นแบบใด เช่น Simplex, Half-duplex และ Full-duplex

วันพุธที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ส่งงาน 2553-11-03

อุปกรณ์เครือข่าย


การ์ดแลน ( LAN CARD )


การ์ดแลนมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า“การ์ดอีเธอร์เน็ต”มีไว้ใช้รับ/ส่งข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยมีสายเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน ซึ่งจะเรียกสายนี้ว่า “สายแลน”การเชื่อมต่อเครือข่ายจะช่วยให้เราสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกันระหว่างเครื่องได้สะดวกขึ้นอีกทั้งทำให้เราสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ง่ายๆ เพียงให้เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องหลักเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต แล้วเครื่องอื่นๆ ก็ใช้การแชร์อินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่ายแลน ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอีกด้วย สำหรับความเร็วของการ์ดและในปัจจุบันจะอยู่ที่ 100 เมกะบิตต่อวินาที (Mbps)และเริ่มเข้าสู่แลนในระดับความเร็วถึง 1,000 เมกะบิตต่อวินาที หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า “กิกะบิตแลน (Gigabit LAN)”
ส่วนประกอบของการ์ดแลน
การ์ดแลนจะประกอบไปด้วยส่วนต่างๆ ที่ทำหน้าที่ควบคุมการรับ/ส่งข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ภายในเครือข่าย ซึ่งการ์ดและจะไม่สามารถทำงานได้หากขาดส่วน ประกอบดังนี้

  
1.ชิปควบคุม (Controller Chip) ใช้สำหรับควบคุมการทำงานและการรับ/ส่งข้อมูลของการ์ดแลน ซึ่งการ์ดแลนทุกตัวจะต้องมีชิปตัวนี้ และความเร็วในการรับ/ส่งข้อมูลของการ์ดแลนก็จะขึ้นอยู่กับยี่ห้อและรุ่นของชิปตัวนี้เช่นกัน ชิปควบคุมรุ่นใหม่สามารถรับ/ส่งข้อมูลได้ทำความเร็วสูงถึง1,000Mbps หรือ 1 Gbps
2. หัวต่อ RJ-45 ใช้ต่อเข้ากับสายแลนแบบ UTP (Unshielded Twisted Pari) และแบบ STP (Shielded Twisted Pair) ซึ่งทั้งสองแบบจะต่างกันตรงที่สายแบบ STP จะมีชีลด์ป้องกันสัญญาณรบกวนทำให้การรับ/ส่งข้อมูลทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่ UTP จะไม่มีชีลด์
3. บู๊ตรอม (Boot ROM) เป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับการ์ดแลน ซึ่งการ์ดแลนส่วนมากจะมีซ็อกเก็ตว่างๆ ไว้สำหรับให้ผู้ใช้ซื้อบู๊ตรอมมาติดตั้งเพิ่มเติมบู๊ตรอมก็คือ หน่วยความจำรอม (ROM) ที่มีการบันทึกระบบปฏบัติการเอาไว้ จึงสามารถบู๊ตเครื่องจากบู๊ตรอมนี้แทนฮาร์ดดิสก์ในเครื่องได้
4. อินเตอร์เฟส ก็คือ ส่วนที่ใช้เสียบเข้ากับสล็อตบนเมนบอร์ด ซึ่งช่วงแรกที่การ์ดแลยังมีความเร็วเพียง 10 Mbps จะมีทั้งรุ่นที่ใช้กับสล็อต ISA และ PCI แต่ในปัจจุบันได้เปลี่ยนไปใช้สล็อตแบบ PCI ทั้งหมดแล้ว



LAN CARD เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการรับและส่งข้อมูล ได้แก่
DTE--->DCE

DTE (Data Terminal Equipment) : เป็นอุปกรณ์ที่ประกอบไปด้วยตัวส่งข้อมูล (data source) หรือ ตัวรับข้อมูล(data sink) หรือเป็นทั้งตัวส่งและตัวรับข้อมูลก็ได้ เป็นอุปกรณ์ที่ประกอบด้วย function unit ต่อไปนี้ control logic ,bufferstore และอุปกรณ์ Input/Output จำนวนหนึ่งตัวหรือมากกว่าก็ได้ หรือรวมเครื่องคอมพิวเตอร์เข้าไปด้วยก็ได้ DTE อาจจะรวมส่วน error control , synchronization และความสามารถในการบ่งหรือระบุว่าต้องการเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ตัวใด (station identification capability) เข้าไปด้วยก็ได้ เช่น Lan card ทำหน้าที่รับและส่งข้อมูลจาก เครื่องเราไปยังเครื่องอื่น เป็นต้น

DCE (Data circuit terminating equipment) : อุปกรณ์ที่มีฟังก์ชั่นการทำงานต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดการเชื่อมต่อ ทำให้การเชื่อมต่อยังดำเนินต่อไป และยุติการเชื่อมต่อ นอกจากนี้ยังใช้เปลี่ยนลักษณะของสัญญาณและสร้างรหัสสัญญาณต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องใช้ในการสื่อสารข้อมูลระหว่าง DTE (data terminal equipment) และ data circuit โดย DCE อาจเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของคอมพิวเตอร์หรือไม่ก็ได้

วันพฤหัสบดีที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ประวัติส่วนตัว


           ชื่อ: นายพงษ์พัฒน์       นามสกุล: ศรีกัลยาณวัจน์       ชื่อเล่น: ไอซ์

           รหัสนักศึกษา : 51152792170            ห้อง BC4   

           วันเดือนปีเกิด : 7 กุมภาพันธ์   

           เพศ : ชาย                  หมู่เลือด : O

           ส่วนสูง : 167 เซนติเมตร น้ำหนัก : 55 กิโลกรัม

           สัญชาติ : ไทย           ศาสนา : พุทธ          สถานภาพ : โสด      

           สถานภาพทางการทหาร : จบหลักสูตรนักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 3

           ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ : iceokava@hotmail.com

           งานอดิเรก : เล่นบาสเกตบอล ,ดูหนัง ,ฟังเพลง ,ซ่อมคอมพิวเตอร์

           คติประจำใจ : "Nobody Perfect"  ไม่มีใครในโลกนี้ที่สมบูรณ์แบบ

วันอังคารที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2553

บุคลิกภาพสไตล์ BIZCOM

การเสริมสร้างบุคลิกภาพ

การเสริมสร้างบุคลิกภาพสามารถพัฒนาได้ ตั้งแต่การเคลื่อนไหว การทรงตัว การพูด ความสะอาดหมดจด ความนึกคิดที่ดี ซึ่งสามารถฝึกฝนได้ดังนี้
  • การนั่ง ควรนั่งไหล่ตรง หลังตรง วางมือในที่อันควร
  • การยืน ควรยืนตัวตรง อกผายไหล่ผึ่ง ขาตรง เท้าชิด หรือเบี่ยงเล็กน้อย
  • การเดินและการเคลื่อนไหว ควรเดินตัวตรง ศีรษะตั้งตรง แกว่งแขนเล็กน้อย
  • การหยิบของที่พื้น ควรย่อตัวลงหยิบ ไม่ใช่ก้มตัวลงหยิบ
  • การพูด ควรพูดด้วยจังหวะที่ดี ใช้น้ำเสียงที่จริงใจ ให้ความรู้สึกเป็นมิตร
การแต่งกายให้เหมาะสมกับกาละและเทศะ การแต่งกายให้เหมาะสมกับกาละและเทศะหมายถึง การใช้เสื้อผ้ารวมถึงเครื่องประดับตกแต่งร่างกายตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า โดยให้เหมาะสมกับกาละคือเหมาะสมกับเวลากลางวัน กลางคืน งานเลี้ยงต่างๆ และเหมาะสมกับเทศะคือเหมาะสมกับสถานที่เช่น สถานที่ราชการ โรงเรียน โรงภาพยนตร์ เป็นต้น


บุคลิกภาพสไตล์ BIZCOM ที่พึงประสงค์นั้นจะต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้

1. การแต่งกายเรียบร้อยและถูกต้องตามกฎระเบียบของมหาวิทยาลัยไม่ว่าจะอยู่ในมหาวิทยาลัยหรือนอกมหาวิทยาลัย ต้องให้ดูดีโดยการใส่เสื้อแถบของมหาวิทยาลัยที่บ่งบอกถึงสถาบันที่ดีและเพื่อความมีระเบียบวินัยของตนเองและชื่อเสียงของสถาบันที่ศึกษาอยู่
2. การใช้คำพูดควรพูดชัดถ้อยชัดคำและน้ำเสียงนุ่มนวลและควรพูดจาให้สุภาพ ไพเราะ มีน้ำเสียงชวนฟัง เสียงไม่ดังเกินและไม่ค่อยจนเกินไป และพูดให้ถูกกาลเทศะและสถานที่ โดยคำนึงถึงวัย เพศ ระดับการศึกษา อาชีพ และยังต้องคำนึงถึงสถานที่ เวลา และโอกาสด้วย

3. ควรใส่ใจกับตนเองและดูแลตัวเอง ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า โดยที่นักศึกษาชายควรโกนหนวดเคราให้เกลี้ยงเกลา ดูสะอาด เรียบร้อย ส่วนนักศึกษาหญิงควรแต่งหน้าให้เหมาะสมไม่ควรแต่งหน้าจัดจนเกินไปและทรงผมควรรวบเก็บให้เมื่อออกไปข้างนอกมหาวิทยาลัยจะได้เป็นชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยอีกด้วย

4.ควรใช้คำกิริยามารยาทที่สุภาพ อ่อนน้อม เคารพต่อครูบาอาจารย์หรือคนที่สูงอายุกว่าเราโดยการไหว้ รวมถึงการให้เกียรติต่อรุ่นพี่และรุ่นน้อง โดยการทักทายยิ้มแย้มให้กันเมื่อเจอกัน จึงทำให้ความสัมพันธ์ของรุ่นพี่และรุ่นน้องเคารพต่อกันและกัน

5.ควรมีความซื่อสัตย์ จริงใจ ไม่คดโกง ไม่หลอกลวง และมีความประพฤติที่ดีงาม จะทำให้เป็นที่ไว้วางใจของคนอื่นได้

ลูกแรดเตรียมพร้อมล่าเหยื่อ


สิ่งที่ได้จากการเตรียมฝึกประสบการณ์วิชาชีพบริหารธุรกิจ 3


การฟังบรรยายครั้งที่ 1 เรื่อง “มารู้จักสวนดุสิตกันเถอะ” บรรยายโดยอาจารย์สาระ มีผลกิจ
วันที่ 23 มิถุนายน 2553

การเรียนรู้ถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันที่ผ่านมาว่าใครได้เคยมาอยู่ที่นี่และได้ทำอะไรอยู่ที่นี่บ้างเพื่อ จะได้รู้จักกับที่นี่มากยิ่งขึ้นว่าการที่เราทำอะไรไปนั้น ยังมีสิ่งที่เรามองไม่เห็นอยู่คอยปกป้องมหาวิทยาลัยอยู่และได้รับรู้ประวัติแต่ละพระองค์อีกด้วย


การฟังบรรยายครั้งที่ 2 เรื่อง "การพัฒนาบุคลิกภาพ คุณธรรมจริยธรรมและธนาคารความดี” บรรยายโดยผศ. โรจนา ศุขพันธ์
วันที่ 14 กรกฎาคม 2553

การได้เรียนรู้ศึกษาเกี่ยวบุคลิกภาพนั้นทำให้เรารู้จักการแต่งตัวให้ถูกกาลเทศะและการเคารพคนที่มีอายุสูงกว่าเราหรือเท่ากันด้วยการไหว้เพื่อสร้างมิตรภาพความสัมพันธ์เกี่ยวกับบุคคลอื่นๆ เพื่อสร้างบุคคลลิกภาพของเราให้ดูดีมากขึ้นอีกด้วย


การฟังบรรยายครั้งที่ 3 เรื่อง “ การบริหารการเงินส่วนบุคคล” บรรยายโดยวิทยากร กษม ภูติจินดานันท์
วันที่ 28 กรกฎาคม 2553

รู้จักการใช้จ่ายแต่ละวันอย่างมีคุณค่าและมีประโยชน์กับตนเองเพื่อให้ เราได้รับรู้ว่า สิ่งที่ใช้จ่ายไปนั้นมีสร้างประโยชน์กับตัวเราและชีวิตประจำวันเราอย่างไร โดยบริหารเงินของเราให้มีประโยชน์มากขึ้น และเราได้นำส่วนที่เหลือของเงินของเราไปใช้หรือเก็บสะสมการออมให้มีประโยชน์หรือช่วยในการเก็บออมของครอบครัวหรือพ่อแม่เราอีกด้วยโดยถ้าเราเหลืออีกวันนึงเราก็สามารถจะใช้อีกวันนึงได้โดยที่ประหยัดเงินพ่อแม่ไปอีกด้วย


การฟังบรรยายครั้งที่ 4 เรื่อง “ทักษะการสื่อสารภาษาไทยในชีวิตประจำวัน” บรรยายโดยอาจารย์ปรีชา ร่วงลือ
วันที่ 25 สิงหาคม 2553

การเรียนรู้ถึงการใช้ภาษาไทยในชีวิตประจำวันอย่างมีคุณค่าและถูกคำถูกเวลาถูกที่ เช่น การอ่าน การเขียน ให้ตรงตามหลักของภาษาไทย การสะกดพยัญชนะ การอ่านออกเสียงอย่างถูกต้อง และให้เขียนตัวอักษรภาษาไทยทั้ง 44 ตัว ตั้งแต่ ก-ฮ ให้ถูกต้องและสวยงามตามฉบับของตัวอักษรภาษาไทย


การฟังบรรยายครั้งที่ 5 เรื่อง “จรรยาบรรณวิชาชีพกับธรรมะ” บรรยายโดยหลวงปู่พุทธะอิสระ วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม
วันที่ 1 กันยายน 2553
การฟังคำบรรยายเกี่ยวกับวิชาชีพเพื่อนำมาใช้กับการทำงานแต่ละชีวิตประจำวันมาเสริมสร้างให้เรามีคุณธรรมในการทำงานโดยเราการทำงานนั้นเราไม่ใช่ว่าการทำงานให้สำเร็จกับการทำงานให้สำเร็จแล้วมีความสุขในชีวิตประจำวันที่เราทำงานอยู่นั้นคนส่วนใหญ่มักเครียดกันเรื่องงานโดยไม่คำนึงถึงการทำงานให้มีคุณธรรมและมีความสุขในชีวิตตัวเอง


นอกจากการฟังบรรยายแล้ว การเรียนเตรียมฝึกในครั้งนี้ยังได้ความรู้ด้านต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ดังนี้

          การเรียนรู้จากการเตรียมฝึกประสบการณ์วิชาชีพบริหารธุรกิจนั้นคนส่วนใหญ่มักไม่ใส่ ใจกับวิชานี้ แต่สำหรับผม นั้นการที่ได้ฝึกงานก่อนที่จะไปปฏิบัติจริงในวันข้างหน้านั้น ไม่รู้ว่าเราจะเป็นอย่างไง การที่ใช้เวลาอยู่ในช่วงการเรียนการสอนของวิชานี้นั้น เป็นการ เรียนรู้ในสิ่งที่เราไม่เคยรู้มาก่อน อย่างสำคัญเลย คือ การที่เราใช้ชีวิตกับคนหมู่มาก มักจะเกิดปัญหา หรือเรื่องต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิตเรา และวิชานี้นั้นได้ให้ทุกอย่างกับชีวิตข้างหน้าของเรา จึงเป็นไปได้ว่าการที่เรานั้นได้มาเรียนรู้ การฝึกงานก่อนทำให้เราก้าวหน้าไปกว่าคนอื่นๆ หรือมหาลัยอื่นๆ ที่เราไม่รู้นั่นเอง